Exogo Hair vs InnoHaira ใครชนะ? ผมร่วง ผมบาง เลือกตัวไหนดี

ถ้ากำลังหาตัวช่วยสำหรับ ผมร่วง ผมบาง หรือเส้นผมเริ่มเล็กลง อาจเคยเห็นทั้ง Exogo Hair และ InnoHaira ซึ่งดูเผิน ๆ เหมือนทำหน้าที่คล้ายกัน แต่พอดูส่วนประกอบจริง ๆ ทั้งสองสูตรเดินกันคนละเกมค่ะ
Exogo Hair เน้น Active ที่เจาะเรื่องวงจรการเติบโตของเส้นผมโดยตรงส่วน InnoHaira เน้นการรวมสารบำรุงหลายกลไก รวมถึงสารที่เกี่ยวข้องกับ DHT
แล้วถ้าให้แข่งกันจริง ๆ ใครชนะ?
Round 1: Exogo Hair มีอะไรอยู่ข้างใน?
จากข้อมูลผลิตภัณฑ์ Exogo Hair มี Active สำคัญ ได้แก่
Redensyl® เป็นส่วนผสมที่ประกอบด้วยสารกลุ่ม polyphenol จาก Larix europaea และ Camellia sinensis ร่วมกับ Glycine และ Zinc โดยพัฒนามาเพื่อสนับสนุนเซลล์บริเวณ Hair Follicle และวงจรการเจริญของเส้นผม
จุดที่น่าสนใจคือ Redensyl ไม่ได้มีเพียงข้อมูลระดับหลอดทดลอง ปัจจุบันมีงานวิจัยในคนด้วย
มี randomized controlled trial เปรียบเทียบสูตรที่มีสารสำคัญใน Redensyl กับ Minoxidil 3% เป็นเวลา 6 เดือน พบว่าทั้งสองกลุ่มมี Hair Count และ Hair Mass Index เพิ่มขึ้น และไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสองกลุ่มดังกล่าว
Biotinoyl Tripeptide-1 – 980 ppm เป็น peptide ที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม โดยเน้นการสนับสนุนโครงสร้างของ Hair Follicle และกระบวนการสร้าง Keratin
ปัจจุบันมีงานทดลองของผลิตภัณฑ์ที่มี Biotinoyl Tripeptide-1 เป็น Active สำคัญ พบแนวโน้มเพิ่ม Hair Density หลังใช้ต่อเนื่อง
Leuco-Exo เป็นอีก Active ที่ Exogo Hair ระบุว่าช่วยสนับสนุนการเจริญของเซลล์ผมและลดการตายของเซลล์
คะแนนรอบนี้: Exogo Hair น่าสนใจมากกว่าที่คิด 🏆
โดยเฉพาะ Redensyl ซึ่งมีข้อมูลวิจัยในมนุษย์รองรับมากกว่าส่วนผสมเครื่องสำอางเกี่ยวกับเส้นผมหลายตัว

Round 2: แล้ว InnoHaira มีอะไร?
InnoHaira ใช้แนวทางคนละแบบ คือ ใส่สารหลายกลุ่มเพื่อดูแลเส้นผมจากหลายด้าน
มีส่วนประกอบที่เปิดเผย ได้แก่
Rosemary Extract, Saw Palmetto, Ginseng, Placenta Extract, Soy Isoflavones, Camellia Sinensis, Trimethylglycine, Copper Peptide และวิตามินหลายชนิด (Info Innovation Beau)
พระเอกที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ Saw Palmetto
เพราะ Saw Palmetto ถูกศึกษาเกี่ยวกับเอนไซม์ 5α-reductase ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยน Testosterone เป็น DHT
และ DHT เป็นปัจจัยสำคัญของ Androgenetic Alopecia หรือผมบางจากกรรมพันธุ์
จึงทำให้ InnoHaira มีจุดขายที่ Exogo Hair ไม่ได้เน้นโดยตรง คือมีส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับ DHT pathway อยู่ในสูตร
คะแนนรอบนี้: InnoHaira 🏆
ถ้าโจทย์คืออยากได้สูตรที่พยายามดูแลหลายกลไก โดยเฉพาะเรื่องฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับผมบาง

Round 3: ใครเด่นเรื่อง “กระตุ้นวงจรเส้นผม”?
รอบนี้ต้องยกให้ Exogo Hair
เพราะ Redensyl ถูกพัฒนามาโดยเจาะไปที่เซลล์บริเวณ Outer Root Sheath และ Dermal Papilla ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงจรของ Hair Follicle
งานวิจัยแบบ double-blind, vehicle-controlled ยังพบว่า สูตรที่มีกลุ่มสารของ Redensyl สามารถลดสัดส่วนเส้นผมในระยะ Telogen และเพิ่ม Hair Density ได้เมื่อใช้ต่อเนื่อง (อ้างอิง)
ดังนั้นข้อความสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่า “ย้อนจากระยะหยุดการเติบโต (Telogen) กลับเข้าสู่ระยะเติบโต (Anagen)” จึงมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับในระดับของ Active Ingredient อยู่พอสมควร
คะแนนรอบนี้: Exogo Hair 🏆
Round 4: ถ้าผมบางจากกรรมพันธุ์ ใครได้เปรียบ?
ตรงนี้เกมพลิกกลับมาเป็น InnoHaira
เพราะผมบางจากกรรมพันธุ์ไม่ได้มีแค่เรื่อง Hair Follicle ทำงานช้าลง แต่เกี่ยวข้องกับ DHT ทำให้รูขุมขนเกิด Miniaturization หรือค่อย ๆ เล็กลง
InnoHaira มี Saw Palmetto ซึ่งมีงานวิจัยในเรื่องนี้โดยตรง และมี systematic review พบผลเชิงบวกต่อ Hair Growth ในบางการศึกษา แม้หลักฐานจะยังไม่แข็งแรงเท่ายารักษามาตรฐาน PubMed Central (PMC)
ผู้ชนะ: InnoHaira 🏆
แต่ต้องขีดเส้นใต้ว่า ถ้าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Androgenetic Alopecia จริง ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวไม่ควรถูกมองว่าใช้แทนการรักษามาตรฐานได้โดยอัตโนมัติ
Round 5: ใครมี Science ดูแข็งแรงกว่า?
ถ้าต้องเลือกจาก Active Ingredient หลักที่มีงานวิจัยในคน
รอบนี้คงต้องให้ Exogo Hair เฉือนชนะ
เหตุผลคือ Redensyl มีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับกลไกระดับ Hair Follicle และมี controlled clinical studies ในมนุษย์ รวมถึงการศึกษาเปรียบเทียบกับ Minoxidil 3% แม้งานยังไม่ได้ใหญ่พอจะสรุปว่าเทียบเท่า Minoxidil ในทุกกรณีก็ตาม PubMed Central (PMC)
อย่างไรก็ตาม InnoHaira ก็มีส่วนประกอบที่มี Science น่าสนใจมาก เช่น Saw Palmetto, Rosemary และ Copper Peptide แต่หลักฐานส่วนใหญ่เป็นหลักฐานของ ส่วนประกอบแต่ละตัว มากกว่าการศึกษาสูตร InnoHaira ทั้งสูตร
ผู้ชนะ: Exogo Hair 🏆
สรุป Exogo Hair vs InnoHaira แบบง่ายที่สุด
จุดเปรียบเทียบ | Exogo Hair | InnoHaira |
แนวคิดหลัก | กระตุ้นวงจร Hair Follicle | บำรุงหลายกลไก |
Active เด่น | Redensyl®, Biotinoyl Tripeptide-1, Leuco-Exo | Rosemary, Saw Palmetto, Copper Peptide ฯลฯ |
กระตุ้น Anagen | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐ |
มี Active เกี่ยวข้องกับ DHT | ไม่ใช่จุดเด่น | ⭐⭐⭐⭐ |
ความหลากหลายของส่วนผสม | ⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐ |
หลักฐานของ Active หลัก | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐ |
เหมาะกับ | เน้นกระตุ้นรากผมและวงจรเส้นผม | ต้องการดูแลหลายปัจจัยร่วมกัน |
แล้วสุดท้าย “ใครชนะ?”
ถ้าให้ต้องเลือกจากข้อมูลที่เรามีตอนนี้
🏆 Exogo Hair ชนะเล็กน้อยในด้าน “Hair Growth Active”
เพราะ Redensyl เป็น Active ที่มีงานวิจัยในมนุษย์ค่อนข้างน่าสนใจ และสูตรยังมี Biotinoyl Tripeptide-1 เสริมเข้ามาอีก
แต่…
🏆 InnoHaira ชนะด้าน “Multi-target”
โดยเฉพาะคนที่สนใจเรื่องผมบางจากพันธุกรรม เพราะมี Saw Palmetto และสารอีกหลายกลุ่มที่พยายามดูแลทั้งรากผม หนังศีรษะ และ DHT pathway
ดังนั้นไม่มีคำตอบว่า
“Exogo ดีกว่า InnoHaira สำหรับทุกคน”
เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าชื่อผลิตภัณฑ์คือ สาเหตุที่ทำให้ผมร่วง
ถ้าผมร่วงจากพันธุกรรม วิธีรักษาหนึ่งอาจเหมาะถ้าร่วงหลังเครียด เจ็บป่วย หรือลดน้ำหนักเร็ว วิธีรักษาก็อาจเปลี่ยนไปและถ้ารูขุมขนฝ่อไปมากแล้ว การใช้ Hair Booster อย่างเดียวก็อาจไม่เพียงพอ
ดังนั้นก่อนเลือกว่าจะ Exogo Hair หรือ InnoHaira สิ่งที่ควรถามก่อนที่สุดคือ
“ผมร่วงของเราเกิดจากอะไร?”
เมื่อรู้สาเหตุแล้ว ค่อยเลือก Active ให้ตรงโจทย์ แบบนี้มีโอกาสชนะกว่าการเลือกจากคำว่า “ตัวไหนแรงกว่า” ค่ะ ✨
นัดหมายและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
💠Pure Clinic สาขาบางนา: โครงการ Anacade บางนา
เปิดบริการ: พุธ–อาทิตย์ | 13:00 – 20:00 น.
โทร: 099-745-1499 / 063-947-4447
Facebook: Pure Clinic Bangna
LINE: @pureclinicbangna
💠Pure Clinic สาขาบางกะปิ: โลตัสบางกะปิ
เปิดบริการทุกวัน: 11:00 – 20:00 น.
โทร: 096-328-7799
Facebook: Pure Clinic Bangkapi
LINE: @pureclinicbangkapi




ความคิดเห็น