top of page

Bromi Ultra Facial Serum สูตรใหม่ ดีไหม ต่างจากเดิมยังไง?

7 ต.ค.
ยาว 3 นาที

สำหรับคนที่เคยรู้จัก Bromi Line Facial Serum มาก่อน ช่วงหลังอาจเริ่มเห็นแฟตชื่อใหม่อย่าง Bromi Ultra Facial Serum หรือ Bromi Line Ultra Facial Serum วางจำหน่ายมากขึ้น จนเกิดคำถามว่า นี่คือผลิตภัณฑ์ตัวเดิมที่แค่เปลี่ยนกล่อง เปลี่ยนชื่อ หรือมีการปรับสูตรจริง?


คำตอบคือ มีการเปลี่ยนแปลงของสูตรอยู่พอสมควร

เมื่อดูจากข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เผยแพร่ในปัจจุบัน สูตร Ultra ยังคงแนวคิดเดิมของ Bromi ไว้ โดยมี Bromelain และกลุ่ม Peptide เป็นองค์ประกอบสำคัญ แต่เพิ่มส่วนผสมที่เน้นการดูแลผิวมากขึ้น เช่น Centella Asiatica Extract, Pentylene Glycol และ Chamomilla Recutita Flower Extract ทำให้ภาพรวมของสูตรไม่ได้มองเพียงเรื่องความกระชับ แต่ครอบคลุมไปถึงความชุ่มชื้น การปลอบประโลมผิว และการดูแลโครงสร้างผิวด้วย


แล้วแบบนี้ Bromi Ultra สูตรใหม่ดีกว่าเดิมไหม? มาดูทีละจุดกันค่ะ


Bromi Ultra Facial Serum คืออะไร?

Bromi Ultra Facial Serum เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Facial Serum ที่พัฒนาต่อเนื่องมาจาก Bromi Line และสูตรเดิมในตระกูล Lipo Caff โดยจุดเด่นของสูตรที่มีการประชาสัมพันธ์คือการผสมผสาน Bromelain จากสับปะรด กลุ่ม Peptide และสารบำรุงผิวหลายชนิด

Bromi Line รุ่นก่อนหน้าที่พบในท้องตลาดมีการระบุส่วนประกอบเด่น ได้แก่ Bromelain, Palmitoyl Tetrapeptide-7 หรือ PTP7 และ Acetyl Tetrapeptide-5 หรือ ATP5 โดยวางแนวคิดของสูตรไว้ทั้งในด้านการดูแลความกระชับและสภาพผิว

ส่วน Bromi Ultra รุ่นใหม่ มีข้อมูลส่วนประกอบที่เผยแพร่เพิ่มเติม เช่น Centella Asiatica Extract, Pentylene Glycol และ Chamomile Extract นอกเหนือจาก Bromelain และ Peptide กลุ่มเดิม จึงอาจมองได้ว่าเป็นการพัฒนาสูตรจากการเน้นเพียง “ความกระชับ” ไปสู่การดูแลคุณภาพผิวร่วมด้วย




Bromi Ultra สูตรใหม่ ต่างจาก Bromi Line สูตรเดิมอย่างไร?

หากเปรียบเทียบจากข้อมูลส่วนประกอบที่เผยแพร่ของผลิตภัณฑ์ทั้งสองรุ่น ความแตกต่างโดยสรุปเป็นดังนี้

จุดเปรียบเทียบ

Bromi Line สูตรเดิม

Bromi Ultra สูตรใหม่

Bromelain

มี

มี

Palmitoyl Tetrapeptide-7

มี

มี

Acetyl Tetrapeptide-5

มี

มี

Centella Asiatica Extract

ไม่ใช่ส่วนประกอบเด่นที่ระบุในข้อมูลรุ่นก่อน

มีระบุในสูตรใหม่

Pentylene Glycol

ไม่ใช่ส่วนประกอบเด่นที่ระบุในข้อมูลรุ่นก่อน

มีระบุในสูตรใหม่

Chamomile Extract

ไม่ใช่ส่วนประกอบเด่นที่ระบุในข้อมูลรุ่นก่อน

มีระบุในสูตรใหม่

แนวคิดของสูตร

เน้น Bromelain + Peptide

Bromelain + Peptide พร้อมเสริมการดูแลผิว

การดูแลความชุ่มชื้น

ไม่ใช่จุดเด่นหลัก

มีองค์ประกอบ Humectant เพิ่มขึ้น

การปลอบประโลมผิว

มี Peptide เป็นองค์ประกอบ

มีทั้ง Peptide และสารสกัดจากพืช




ดังนั้น หากถามว่า “เปลี่ยนแค่แพ็กเกจหรือเปล่า?” คำตอบคือ จากข้อมูลส่วนประกอบที่เผยแพร่ ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อหรือบรรจุภัณฑ์ แต่มีการเพิ่มองค์ประกอบในสูตรจริงค่ะ


1. Bromelain ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของสูตร

ชื่อ Bromi มีความเชื่อมโยงกับ Bromelain ซึ่งเป็นกลุ่มเอนไซม์ proteolytic enzyme ที่พบได้ในสับปะรด

Bromelain ถูกศึกษามานานในหลายด้าน ทั้งกระบวนการอักเสบและ metabolic pathway บางชนิด และมีงานวิจัยระดับเซลล์ที่พบว่า stem bromelain สามารถมีผลต่อกระบวนการ adipogenesis และ lipolysis ในเซลล์ไขมัน 3T3-L1 ได้

อย่างไรก็ตาม จุดนี้ต้องแยกให้ออกจากคำโฆษณาให้ชัดเจน

งานวิจัยดังกล่าวเป็น การศึกษาระดับเซลล์ ไม่ได้หมายความว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี Bromelain บนใบหน้าจะให้ผลเทียบเท่ากับการทดลองในห้องปฏิบัติการ และบทความวิชาการทบทวนเกี่ยวกับ Bromelain กับโรคอ้วนเองก็ระบุว่า หลักฐานเกี่ยวกับผลต่อ adipocyte หรือการลดน้ำหนักในมนุษย์ยังมีจำกัด

ดังนั้น หากถามว่า

“มี Bromelain แล้วแปลว่าจะทำให้ไขมันบนใบหน้าหายแน่นอนหรือไม่?”

คำตอบคือ ยังไม่สามารถสรุปเช่นนั้นจากหลักฐานปัจจุบันได้

สิ่งที่เราพูดได้อย่างสมเหตุสมผลกว่าคือ Bromelain เป็น active ingredient ที่มีข้อมูลทางชีววิทยาที่น่าสนใจ และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ตระกูล Bromi แตกต่างจากเซรั่มทั่วไป



2. Palmitoyl Tetrapeptide-7 หรือ PTP7 ดูแลเรื่องโครงสร้างและสภาวะของผิว

อีกหนึ่งส่วนประกอบที่ยังคงอยู่ใน Bromi Ultra คือ Palmitoyl Tetrapeptide-7

สารตัวนี้เป็น synthetic peptide ที่พบได้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายประเภท โดยข้อมูลการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบความเกี่ยวข้องกับการลดการหลั่ง inflammatory mediator อย่าง IL-6 และมีการศึกษาเกี่ยวกับบทบาทต่อการตอบสนองต่อการอักเสบของผิว

จุดนี้จึงน่าสนใจสำหรับสูตรที่ไม่ได้ต้องการเน้นแค่รูปลักษณ์ของรูปหน้า แต่ต้องการดูแล คุณภาพของผิวควบคู่ไปด้วย

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับ Bromelain หลักฐานของ peptide แต่ละชนิดต้องพิจารณาตามความเข้มข้น รูปแบบผลิตภัณฑ์ และการนำส่งเข้าสู่ผิวด้วย ไม่ควรนำผลการศึกษาของสารเดี่ยวไปตีความว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทุกสูตรจะให้ผลในระดับเดียวกัน


3. Acetyl Tetrapeptide-5 หรือ ATP5 เน้นเรื่องอาการบวมและสภาพผิว

Acetyl Tetrapeptide-5 เป็น peptide อีกชนิดหนึ่งที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในผลิตภัณฑ์ดูแลบริเวณรอบดวงตา โดยเฉพาะสูตรที่ต้องการดูแลลักษณะ puffiness หรืออาการบวมของผิว

งานทบทวนด้าน cosmetic science อธิบายกลไกที่เป็นไปได้ของ Acetyl Tetrapeptide-5 ในเรื่อง vascular permeability และการปกป้องโครงสร้าง collagen จากกระบวนการ glycation ซึ่งเป็นเหตุผลที่ส่วนผสมนี้มักถูกนำมาใช้ในสูตรดูแลผิวที่มีลักษณะบวมหรือไม่กระชับ

ดังนั้น การที่ Bromi Ultra ยังคง peptide ตัวนี้เอาไว้จึงถือว่าเป็นการรักษาแนวคิดเดิมของ Bromi Line ไว้


4. สิ่งที่น่าสนใจของสูตรใหม่: Centella Asiatica Extract

หนึ่งในความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในข้อมูลของ Bromi Ultra คือการเพิ่ม Centella Asiatica Extract หรือสารสกัดจากใบบัวบก

Centella เป็นส่วนผสมที่พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์ skincare โดยเน้นเรื่องการดูแล skin barrier การปลอบประโลมผิว และสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิว

ดังนั้น เมื่อใส่ Centella เข้ามาในสูตร Bromi Ultra ภาพของผลิตภัณฑ์จึงเปลี่ยนไปจากสูตรที่มี active หลักไม่กี่กลุ่ม ไปเป็นสูตรที่พยายามดูแลทั้ง ความกระชับและสภาพผิวโดยรวม

จุดนี้ถือว่าเป็นพัฒนาการที่น่าสนใจกว่าสูตรเดิมค่ะ



5. Pentylene Glycol เพิ่มมิติเรื่องความชุ่มชื้น

Pentylene Glycol ทำหน้าที่ได้หลายอย่างในสูตรเครื่องสำอาง รวมถึงเป็น humectant หรือสารที่ช่วยดึงและกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว

เรื่องนี้อาจดูไม่หวือหวาเท่า Bromelain หรือ Peptide แต่ในทาง formulation ถือว่าสำคัญ

เพราะคำว่า “หน้ากระชับ” ไม่ได้ขึ้นกับไขมันเพียงอย่างเดียว หากผิวขาดน้ำ ผิวหยาบ หรือ barrier ไม่สมบูรณ์ ต่อให้รูปหน้าดูเล็กลง ผิวก็อาจไม่ได้ดูสุขภาพดีตามไปด้วย

การเพิ่มองค์ประกอบด้าน hydration จึงทำให้ Bromi Ultra ดูเป็นสูตรที่พยายามบาลานซ์ appearance ของรูปหน้า + quality ของผิว มากกว่ารุ่นก่อน


6. Chamomile ช่วยเสริมด้านการปลอบประโลมผิว

ในข้อมูลส่วนประกอบของ Bromi Ultra ยังมีการระบุ Chamomilla Recutita Flower Extract หรือสารสกัดจาก German Chamomile

Chamomile เป็นส่วนผสมที่นิยมใน skincare เนื่องจากมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ antioxidant และ soothing properties

เมื่อจับคู่กับ Centella และ Pentylene Glycol จึงยิ่งเห็นแนวทางของสูตร Ultra ชัดขึ้นว่า ผู้พัฒนาสูตรไม่ได้ต้องการเพิ่ม active ที่เกี่ยวกับ contour เพียงอย่างเดียว แต่พยายามทำให้สูตรดูแลสภาพผิวรอบด้านขึ้นด้วย


Bromi Ultra สูตรใหม่ “แรงกว่าเดิม” หรือไม่?

นี่อาจเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ที่สุด

คำตอบคือ ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า Bromi Ultra ให้ผลมากกว่า Bromi Line เดิมกี่เท่า

แม้บางแหล่งจำหน่ายจะมีการใช้ข้อความเชิงการตลาดว่า สูตรที่พัฒนาจาก Lipo Caff มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือ “กระชับ x2” แต่จากการตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่สาธารณะ ยังไม่พบการศึกษาทางคลินิกแบบ head-to-head ที่นำ Bromi Ultra และ Bromi Line รุ่นเดิมมาเปรียบเทียบในกลุ่มตัวอย่างเดียวกัน

ดังนั้น คำพูดที่เหมาะสมกว่าในเชิงวิทยาศาสตร์คือ

Bromi Ultra เป็นสูตรที่มีองค์ประกอบในการดูแลผิวครอบคลุมขึ้นกว่าเดิม แต่ยังไม่ควรตีความว่าการเพิ่มส่วนผสมหมายความว่าจะลดไขมันได้มากกว่าเดิมสองเท่าหรือให้ผลดีกว่าทุกคนโดยอัตโนมัติ

เพราะผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ดูแลผิวยังขึ้นกับปัจจัยอีกหลายอย่าง เช่น โครงสร้างใบหน้า ปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว และสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูใหญ่



หน้าใหญ่ไม่ได้แปลว่า “ไขมันเยอะ” เสมอไป

จุดนี้สำคัญมากค่ะ

หลายคนรู้สึกว่าตัวเองหน้ากลม กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีเหนียง แล้วสรุปทันทีว่าสาเหตุมาจากไขมัน แต่ในความเป็นจริง รูปหน้าอาจได้รับอิทธิพลจากหลายองค์ประกอบพร้อมกัน ได้แก่ ชั้นไขมัน กล้ามเนื้อกราม โครงสร้างกระดูก ความยาวของคาง อาการบวมน้ำ และความหย่อนคล้อยของผิว

ตัวอย่างเช่น คนที่หน้ากว้างจากกล้ามเนื้อกรามเด่น ต่อให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เน้นเรื่องไขมัน ก็อาจไม่ตอบโจทย์ต้นเหตุ

ในทางกลับกัน คนที่กรอบหน้าไม่ชัดจาก skin laxity อาจเหมาะกับแนวทางยกกระชับมากกว่า

ดังนั้น คำถามที่ควรถามก่อนว่า “Bromi Ultra ดีไหม?” อาจเป็น

“ปัญหาที่ทำให้รูปหน้าของเราไม่ชัด เกิดจากอะไร?”

เมื่อหาต้นเหตุได้แล้ว จึงค่อยเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสม


แล้ว Bromi Ultra เหมาะกับใคร?

ถ้ามองในฐานะผลิตภัณฑ์ Facial Serum สูตรใหม่ Bromi Ultra น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการสูตรซึ่งไม่ได้มองเฉพาะเรื่องความกระชับ แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพผิวไปพร้อมกัน เพราะนอกเหนือจาก Bromelain และ peptide ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์รุ่นก่อนแล้ว สูตรใหม่ยังมีส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับ hydration และ soothing เพิ่มเข้ามา

แต่หากมีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดอย่างชัดเจน ควรประเมินก่อนว่าสาเหตุมาจากไขมัน กล้ามเนื้อ โครงสร้าง หรือความหย่อนคล้อย เพราะแต่ละปัญหามีแนวทางดูแลที่แตกต่างกัน



สำหรับคนที่กังวลเรื่องแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้าไม่ชัด สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การเลือกผลิตภัณฑ์จากชื่อว่าเป็น “Ultra” หรือ “สูตรใหม่” เพียงอย่างเดียว แต่คือ การประเมินให้ถูกก่อนว่าอะไรเป็นสาเหตุของรูปหน้าที่ต้องการแก้ไข

เพราะบางคนมีไขมันเยอะ บางคนกล้ามเนื้อกรามใหญ่ บางคนผิวหย่อน หรือบางคนมีหลายปัญหาร่วมกัน



ปรึกษาปัญหาแก้ม เหนียง และกรอบหน้าได้ที่ Pure Clinic

💠Pure Clinic สาขาบางนา: โครงการ Anacade บางนา

เปิดบริการ: พุธ–อาทิตย์ | 13:00 – 20:00 น.

โทร: 099-745-1499 / 063-947-4447

Facebook: Pure Clinic Bangna

LINE: @pureclinicbangna


💠Pure Clinic สาขาบางกะปิ: โลตัสบางกะปิ

เปิดบริการทุกวัน: 11:00 – 20:00 น.

โทร: 096-328-7799

Facebook: Pure Clinic Bangkapi

LINE: @pureclinicbangkapi

ความคิดเห็น


  • Facebook
  • TikTok
  • Instagram
  • Line
ปรึกษา/จองคิวนัด

 สาขาบางนา

โทร:  099-745-1499 / 063-947-4447

Page: Pure Clinic Bangna, LINE: @pureclinicbangna

4361 ถนนสุขุมวิท แขวงบางนาใต้ เขตบางนา, กรุงเทพมหานคร, 10260

พุธ - อาทิตย์: 13:00 น. - 20:00 น.  /  หยุดวันจันทร์ และวันอังคาร

สาขาโลตัสบางกะปิ

โทร:  096-328-7799

Page: Pure Clinic Bangkapi, LINE: @pureclinicbangkapi

โลตัส บางกะปิ. 3109 ถนนลาดพร้าว, บางกะปิ, กรุงเทพมหานคร

เปิดบริการทุกวัน 11:00 น. - 20:00 น.  

เพียวคลินิกเวชกรรม ใบอนุญาตที่ 10101001668 © 2026 Pure Clinic Bangna all right reserved

bottom of page